|
ภาพในฝันกับฉากจริง
ฉากในฝันที่ประชาชนคนไทยคงยากจะได้เห็น
ตามภาพข่าวที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามา
ผู้นำสหรัฐอเมริกา จากพรรคเดโมแครต และนายมิตต์ รอมนีย์ คู่แข่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน ได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันเป็นการส่วนตัวที่ทำเนียบขาว
เพื่อพูดคุยและหารือเกี่ยวกับการสร้างการสมานฉันท์ให้แก่สังคมอเมริกัน ภายหลังการเลือกตั้งของทั้งสองฝ่ายที่ดำเนินไปอย่างดุเดือด และสร้างทัศนคติที่แตกต่างในแก่ประชาชนชาวอเมริกัน
โดยก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโอบามาบอกเลยว่า เขาพร้อมที่จะทำงานร่วมกับนายรอมนีย์และพรรครีพับลิกัน โดยหวังว่า นายรอมนีย์จะมีมุมมองและความคิดที่เป็นประโยชน์ต่อชาวอเมริกัน โดยที่ผ่านมา เคยประสบความสำเร็จทำให้สหรัฐฯได้จัดมหกรรมโอลิมปิกฤดูหนาวเมื่อปี 2002 มาแล้ว
สปิริตการเมืองในซีกโลกที่พัฒนาไปไกล คิดเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติก่อน
ย้อนกลับมาที่ประเทศไทย ในบรรยากาศที่แย่งกันร้อง ชิงกันฟ้องประจานระหว่างรัฐบาลพรรคเพื่อไทย กับฝ่ายค้าน พรรคประชาธิปัตย์
เสร็จศึกในสภาก็ลากมาเล่นกันต่อนอกสภา
ที่แน่ๆว่ากันตามอารมณ์ล่าสุดของ “บิ๊กบัง” พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ในฐานะอดีตประธาน คมช. พูดบนเวทีที่จัดโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อภิปรายในหัวข้อ “ทิศทางประเทศไทยในอนาคต”
ฟันธง การแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองได้ต้องใช้เวลา 3 ช่วงอายุคน จึงจะปกติ
เพราะวันนี้คนไทยมีความขัดแย้งทางความคิด มีปัญหาความแตกแยกสูงจนน่าเป็นห่วง ความขัดแย้งในประเทศถูกแบ่งเป็นสองส่วน โดยแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เลือกข้างอย่างชัดเจน โดยสถานการณ์ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนหรือการปฏิวัติรัฐประหาร ยังสามารถเกิดขึ้นในอนาคต และสาเหตุทุกอย่างล้วนมาจากระบบการเมืองในประเทศ
วันนี้วิกฤติของชาติรุนแรง ถ้าไม่เร่งปรองดองก็จะเข้าสู่ภาวะวิกฤติ
พูดไปพูดมา สรุปตามจังหวะของ “บิ๊กบัง” ก็คือเหลี่ยมเปิดทางนำร่อง “มุกปรองดอง” ผลงานที่เจ้าตัวหวังจะ “แก้ตัว” อีกรอบ หลังจากที่ถูกมองเป็นคนขมวดปมเพิ่มความขัดแย้งในการตัดสินใจสั่งรถถังออกมาปฏิวัติรัฐประหารในวันที่ 19 กันยายน 2549
โดยพยายามโน้มน้าวให้เริ่มจากในสภาให้เห็นด้วยกับการแก้ปัญหาวิกฤติ และมั่นใจว่าการปรองดองกันภายนอกสภาทำได้แน่นอน
ทั้งนี้ทั้งนั้น โดยจังหวะโหมโรงอีกรอบของ “บิ๊กบัง” ก็สอดรับกันพอดีกับอาการขยับ “รุกคืบ” ของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ตามโปรแกรมที่คณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อพิจารณาศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่มีนายโภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา เป็นประธาน ได้สรุปแนวทางเสร็จแล้ว และส่งให้พรรคร่วมรัฐบาลพิจารณาดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
ตั้งท่าจะเปิดวิกลุยไฟกันอีกรอบในไม่ช้านี้
และก็เป็นอะไรที่รอ “หัวเชื้อ” อยู่เหมือนกัน กับอาการชักเข้าชักออก
ตายแล้วไม่ตาย ล่าสุด “เสธ.อ้าย” พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานองค์การพิทักษ์สยาม พร้อมด้วย พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษร-ศุกร์ ได้เข้ายื่นเรื่องต่อนายศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ตรวจสอบกรณีรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงในการรับมือม็อบ “แช่แข็งประเทศไทย” ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อีกทั้งยังละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง
โดยขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 212 เพื่อให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณา ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการต่อไป
แถมด้วยฉากโหดๆที่ พล.อ.บุญเลิศ ปั่นกระแสกระตุกขวัญ อ้างกันเลยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติค่อนข้างรุนแรงกับม็อบ
ใช้แก๊สน้ำตา 2–3 ครั้ง และยังปล่อยงูพิษในที่ชุมนุม
แค้นสุมอก ตายแบบนอนตาไม่หลับก็แล้วกัน.
ไทยรัฐออนไลน์
โดย ทีมข่าวการเมือง 1 ธันวาคม 2555, 05:00 น.
| จากคุณ |
:
น้ำมิตร
|
| เขียนเมื่อ |
:
1 ธ.ค. 55 08:40:46
A:58.11.84.66 X:
|
|
|
|